WordPress Security

Google Safe Browsing คืออะไร ควรเปิดไหม? ตั้งค่าใน Chrome และเช็กเว็บไม่ปลอดภัย

Google Safe Browsing คืออะไร ควรเปิดไหม? ตั้งค่าใน Chrome และเช็กเว็บไม่ปลอดภัย

สรุปคำตอบ

Google Safe Browsing คือรายชื่อเว็บอันตรายของ Google ที่ Chrome, Firefox และ Safari ใช้เตือนก่อนเข้าเว็บฟิชชิง มัลแวร์ และซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์ ควรเปิดไว้เสมอ ผู้ใช้ทั่วไปใช้ระดับมาตรฐานซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นก็พอ คนที่ถูกหลอกล็อกอินบ่อยควรใช้ระดับเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งส่งข้อมูลให้ Google มากขึ้น Safe Browsing ไม่ได้สแกนไวรัสในเครื่อง

Google Safe Browsing คือบริการของ Google ที่เก็บรายชื่อเว็บไซต์อันตรายและอัปเดตอยู่ตลอด เบราว์เซอร์และแอปต่าง ๆ ใช้รายชื่อนี้ตรวจลิงก์ก่อนเปิด ถ้าตรงกับรายชื่อก็จะขึ้นคำเตือนก่อนเข้าเว็บ (Google for Developers) ถ้าถามว่าควรเปิดไหม คำตอบคือ ควรเปิด และไม่ควรตั้งเป็น “ไม่มีการป้องกัน” ใน Chrome ระดับมาตรฐาน (Standard protection) เปิดไว้ให้อยู่แล้วตั้งแต่ติดตั้ง ส่วนระดับเพิ่มประสิทธิภาพ (Enhanced protection) ป้องกันได้มากกว่า แต่แลกกับการส่งข้อมูลให้ Google มากขึ้น

บทความนี้อธิบายว่า Safe Browsing กันอะไรได้และกันอะไรไม่ได้ ระดับการป้องกันทั้งสามระดับใน Chrome ต่างกันอย่างไร วิธีตั้งค่าบนคอมพิวเตอร์ Android และ iPhone และสำหรับเจ้าของเว็บ วิธีเช็กว่าเว็บของตัวเองติดรายชื่อเว็บไม่ปลอดภัยหรือไม่ ข้อมูลทุกข้อมีลิงก์ไปยังเอกสารต้นทาง ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2026

สรุปสั้น: เปิด Safe Browsing ไว้เสมอ ผู้ใช้ทั่วไปใช้ระดับมาตรฐานก็เพียงพอ คนที่มักเป็นเป้าหมายของการหลอกลวง เช่น ผู้ดูแลเว็บ ฝ่ายบัญชี หรือคนที่ล็อกอินบัญชีสำคัญบ่อย ควรพิจารณาระดับเพิ่มประสิทธิภาพ Safe Browsing ไม่ใช่โปรแกรมป้องกันไวรัส ไม่ได้สแกนไฟล์ที่อยู่ในเครื่องแล้ว เจ้าของเว็บเช็กสถานะเว็บตัวเองได้ฟรีที่ Google Transparency Report

Google Safe Browsing คืออะไร และใครใช้บ้าง

Google อธิบายว่า Safe Browsing ช่วยปกป้องอุปกรณ์มากกว่า 5 พันล้านเครื่องในแต่ละวัน โดยแสดงคำเตือนเมื่อผู้ใช้กำลังจะเข้าเว็บอันตราย และระบุว่า Chrome กับเบราว์เซอร์อื่น ๆ ใช้ข้อมูลนี้แสดงคำเตือนก่อนเข้าเว็บ (Google Safe Browsing) ดังนั้นแม้ไม่ได้ใช้ Chrome ก็มีโอกาสได้รับการป้องกันจากรายชื่อเดียวกัน

เบราว์เซอร์ ชื่อฟีเจอร์ในเมนู ใช้ Safe Browsing อย่างไร
Google Chrome Safe Browsing (การท่องเว็บอย่างปลอดภัย) เลือกได้ 3 ระดับ ระดับมาตรฐานเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น (Chrome Help)
Mozilla Firefox Phishing and Malware Protection ดาวน์โหลดรายชื่อเว็บฟิชชิง ซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์ และมัลแวร์มาเก็บในเครื่อง อัปเดตราวทุก 30 นาที และถาม Safe Browsing ของ Google เรื่องไฟล์ที่ดาวน์โหลด เปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น (Mozilla Support)
Apple Safari Fraudulent Website Warning (คำเตือนเว็บไซต์หลอกลวง) ส่งข้อมูลที่คำนวณจากที่อยู่เว็บ (ไม่ใช่ URL เต็ม) ไปตรวจกับ Google Safe Browsing และ Apple ผู้ใช้ที่ตั้งภูมิภาคเป็นจีนแผ่นดินใหญ่หรือฮ่องกงอาจตรวจผ่าน Tencent ด้วย (Apple)

Safe Browsing ป้องกันอะไรได้บ้าง

ตามเอกสารของ Google รายชื่อของ Safe Browsing ครอบคลุมเว็บไซต์ 3 กลุ่ม (Google for Developers)

  • Social engineering (ฟิชชิงและเว็บหลอกลวง) เช่น หน้าล็อกอินปลอมของธนาคาร อีเมล หรือร้านค้าออนไลน์ ที่หลอกให้กรอกรหัสผ่านหรือข้อมูลบัตร หน้าแบบนี้จำนวนมากถูกวางไว้บนเว็บของคนอื่นที่ถูกแฮก ดู เว็บโดนฝังหน้า Phishing
  • Malware (มัลแวร์) เว็บที่แจกหรือพยายามติดตั้งโปรแกรมอันตรายลงเครื่องผู้เข้าชม รวมถึงเว็บธรรมดาที่ถูกฝังโค้ดอันตรายโดยเจ้าของไม่รู้ตัว อ่านประเภทของมัลแวร์บนเว็บได้ใน Malware คืออะไร
  • Unwanted software (ซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์) โปรแกรมที่ไม่ถึงกับเป็นไวรัส แต่แอบเปลี่ยนหน้าแรก เปลี่ยนเครื่องมือค้นหา หรือยัดโฆษณาโดยไม่บอกผู้ใช้ตรง ๆ

เว็บอันตรายจำนวนมากอยู่ได้ไม่นาน Google ระบุว่าเว็บอันตรายโดยเฉลี่ยมีอายุไม่ถึง 10 นาที ขณะที่รายชื่อที่เก็บไว้ในเครื่องอัปเดตทุก 30 ถึง 60 นาที Chrome จึงเพิ่มการตรวจแบบเรียลไทม์ให้ระดับมาตรฐานในปี 2024 และ Google คาดว่าจะบล็อกการฟิชชิงได้มากขึ้น 25% (Google, 2024)

3 ระดับการป้องกันใน Chrome ต่างกันอย่างไร

ข้อมูลในตารางสรุปจากหน้าช่วยเหลือของ Chrome (Chrome Help)

ระดับ ป้องกันอะไร ข้อมูลที่ส่งให้ Google
Enhanced protection (การป้องกันที่เพิ่มประสิทธิภาพ) เตือนเว็บ ไฟล์ดาวน์โหลด และส่วนขยาย (Extension) ที่อาจอันตราย รวมถึงภัยที่ Google ยังไม่เคยรู้จัก สแกนไฟล์ดาวน์โหลดที่น่าสงสัยละเอียดขึ้น และเตือนเมื่อใช้รหัสผ่านที่หลุดจากเหตุข้อมูลรั่ว URL ของเว็บ ตัวอย่างเนื้อหาของหน้าเว็บเล็กน้อย กิจกรรมของส่วนขยาย และข้อมูลระบบ ถ้าล็อกอินอยู่ ข้อมูลจะถูกบันทึกเข้าบัญชี Google เพื่อเพิ่มการป้องกันใน Chrome และ Gmail
Standard protection (การป้องกันแบบมาตรฐาน) เตือนเว็บ ไฟล์ดาวน์โหลด และส่วนขยายที่ถูกระบุแล้วว่าอันตราย ส่ง URL บางส่วนที่ถูกทำให้อ่านไม่ออก (obfuscated) ผ่านเซิร์ฟเวอร์ตัวกลางด้านความเป็นส่วนตัว จะส่ง URL เต็มและเนื้อหาบางส่วนก็ต่อเมื่อเว็บมีพฤติกรรมน่าสงสัย
No protection (ไม่มีการป้องกัน) ไม่ป้องกันเลย Google ระบุว่าไม่แนะนำ ไม่ส่ง

เรื่องความเป็นส่วนตัวของระดับมาตรฐาน Google อธิบายว่าเซิร์ฟเวอร์ตัวกลางทำให้ทั้ง Google และผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์นั้นไม่เห็น URL และ IP ของผู้ใช้พร้อมกัน (Chrome Help) ส่วนระดับเพิ่มประสิทธิภาพ Google ระบุว่าข้อมูลที่ส่งไปใช้เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น แต่ผู้ใช้ต้องยอมรับว่า URL ที่เข้าและตัวอย่างเนื้อหาของหน้าเว็บถูกส่งไปตรวจ

ควรเปิดไหม และควรเลือกระดับไหน

ควรเปิดเสมอ การปิดไม่ได้ทำให้เบราว์เซอร์เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ Google ระบุว่าระดับเพิ่มประสิทธิภาพเองก็ไม่ทำให้เบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ช้าลงอย่างสังเกตได้ (Chrome Help) แนวทางเลือกระดับ:

  • ผู้ใช้ทั่วไป ใช้ระดับมาตรฐานก็เพียงพอ และเป็นค่าที่ตั้งไว้อยู่แล้ว
  • ผู้ดูแลเว็บไซต์ ผู้ดูแลระบบ ฝ่ายบัญชีหรือการเงิน ซึ่งเป็นเป้าหมายของอีเมลหลอกล็อกอินบ่อย ควรพิจารณาระดับเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะช่วยเตือนเว็บหลอกลวงที่เพิ่งสร้างและยังไม่อยู่ในรายชื่อ
  • คนที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก ใช้ระดับมาตรฐาน แต่อย่าเลือก “ไม่มีการป้องกัน”

Safe Browsing เป็นเพียงด่านหนึ่ง ไม่ใช่การันตี คำเตือนจะขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเว็บนั้นถูกตรวจพบแล้วหรือแสดงพฤติกรรมน่าสงสัย จึงยังต้องระวังลิงก์แปลกและเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) สำหรับบัญชีสำคัญอยู่ดี

วิธีเปิด Safe Browsing ใน Chrome

ขั้นตอนจากหน้าช่วยเหลือของ Chrome แยกตามอุปกรณ์ (คอมพิวเตอร์, Android, iPhone และ iPad) ชื่อเมนูภาษาไทยอาจต่างเล็กน้อยตามเวอร์ชัน

คอมพิวเตอร์ (Windows, Mac)

  1. เปิด Chrome คลิกเมนูสามจุดมุมขวาบน แล้วเลือก การตั้งค่า (Settings)
  2. เลือก ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy and security) แล้วเลือก ความปลอดภัย (Security)
  3. เลือก การป้องกันที่เพิ่มประสิทธิภาพ หรือ การป้องกันแบบมาตรฐาน

Android

  1. เปิดแอป Chrome แตะเมนูสามจุด แล้วแตะ การตั้งค่า
  2. แตะ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แล้วแตะ Safe Browsing
  3. เลือกระดับที่ต้องการ

iPhone และ iPad

  1. เปิด Chrome แตะ เพิ่มเติม (More) แล้วแตะ การตั้งค่า
  2. แตะ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แล้วแตะ Safe Browsing
  3. เลือกระดับที่ต้องการ

ถ้าใช้ Safari บน iPhone ให้เช็กอีกจุดคือ การตั้งค่า → แอป → Safari แล้วดูว่าเปิด คำเตือนเว็บไซต์หลอกลวง (Fraudulent Website Warning) ไว้ (Apple) ส่วน Firefox ตั้งค่าได้ที่หน้า ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy & Security) (Mozilla Support)

Safe Browsing ไม่ใช่ “สแกนไวรัสบราวเซอร์”

หลายคนค้นหาคำว่าสแกนไวรัสบราวเซอร์โดยคาดว่า Safe Browsing จะตรวจเครื่องให้ ซึ่งไม่ใช่ หลักการของ Safe Browsing คือการตรวจ URL กับรายชื่อของ Google (Google for Developers) และใน Chrome ครอบคลุมเว็บที่กำลังจะเปิด ไฟล์ที่กำลังดาวน์โหลด และส่วนขยาย (Chrome Help) สิ่งที่ Safe Browsing ไม่ได้ทำ:

  • ไม่ได้สแกนไฟล์หรือโปรแกรมที่อยู่ในเครื่องอยู่แล้ว ถ้าสงสัยว่าเครื่องติดไวรัส ต้องใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส เช่น Windows Security ที่มากับ Windows
  • ไม่ได้ลบมัลแวร์ออกจากเครื่องหรือจากเว็บไซต์ แค่เตือนก่อนเข้า
  • ไม่ได้รับประกันว่าเว็บที่ไม่ขึ้นคำเตือนจะปลอดภัย เว็บที่เพิ่งถูกแฮกอาจยังไม่ถูกตรวจพบ

ถ้าจุดประสงค์คือตรวจว่า เว็บไซต์ มีไวรัสหรือไม่ ไม่ใช่ตัวเครื่อง ดูเครื่องมือฟรีที่ใช้ได้ใน วิธีเช็กเว็บไซต์ติดไวรัสด้วยเครื่องมือฟรี

สำหรับเจ้าของเว็บ: เช็กว่าเว็บติดรายชื่อเว็บไม่ปลอดภัยไหม

ถ้าลูกค้าแจ้งว่าเปิดเว็บแล้วเจอหน้าจอแดง หรือกังวลว่าเว็บถูกแฮก ให้เช็กด้วย Safe Browsing site status ใน Google Transparency Report ซึ่ง Google ระบุว่าเป็นเครื่องมือที่บอกว่าเว็บมีเนื้อหาที่ Safe Browsing จัดว่าอันตรายอยู่ในขณะนี้หรือไม่ (Google Safe Browsing)

  1. เปิด transparencyreport.google.com/safe-browsing/search
  2. พิมพ์โดเมนหรือ URL ของเว็บ แล้วกดค้นหา
  3. ถ้าผลระบุว่าไม่พบเนื้อหาไม่ปลอดภัย ถือว่า ณ เวลานั้นเว็บไม่ได้อยู่ในรายชื่อ ถ้าผลระบุว่าพบ ให้ดูประเภทปัญหาที่แสดง

เครื่องมือนี้ใช้ตรวจสถานะได้อย่างเดียว การดูรายละเอียดหน้าที่มีปัญหาและการขอให้ Google ตรวจใหม่ต้องทำผ่าน Search Console ดูขั้นตอนได้ใน Search Console แจ้ง Security Issues ถ้าเว็บขึ้นหน้าจอแดงอยู่แล้ว อ่านสาเหตุและวิธีให้คำเตือนหายใน Google เตือน “เว็บไซต์นี้อาจเป็นอันตราย” แก้อย่างไร และถ้าไม่สะดวกล้างเอง ทีมเรารับตรวจและล้างมัลแวร์ WordPress

คำถามที่พบบ่อย

Google Safe Browsing ควรเปิดไหม?

ควรเปิด Google ระบุว่าการเลือก “ไม่มีการป้องกัน” ไม่แนะนำ ผู้ใช้ทั่วไปใช้ระดับมาตรฐานซึ่งเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้นก็พอ ส่วนคนที่เป็นเป้าหมายของการหลอกลวงบ่อยควรใช้ระดับเพิ่มประสิทธิภาพ

เปิด Enhanced protection แล้ว Google จะเห็นทุกเว็บที่เข้าไหม?

ระดับนี้ Chrome ส่ง URL ของเว็บ ตัวอย่างเนื้อหาของหน้า กิจกรรมของส่วนขยาย และข้อมูลระบบไปให้ Safe Browsing ตรวจ Google ระบุว่าใช้เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น ถ้าไม่ต้องการส่งข้อมูลระดับนี้ ให้ใช้ระดับมาตรฐานซึ่งส่งเฉพาะ URL บางส่วนที่ถูกทำให้อ่านไม่ออกผ่านเซิร์ฟเวอร์ตัวกลาง

Safe Browsing สแกนไวรัสในคอมพิวเตอร์ได้ไหม?

ไม่ได้ Safe Browsing ตรวจเว็บที่กำลังจะเปิด ไฟล์ที่กำลังดาวน์โหลด และส่วนขยายกับรายชื่อของ Google เท่านั้น ไม่ได้สแกนไฟล์ที่อยู่ในเครื่องแล้ว ถ้าสงสัยว่าเครื่องติดไวรัสต้องใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส

ใช้ Safari หรือ Firefox ได้รับการป้องกันจาก Safe Browsing ไหม?

ได้ Safari ใช้ Google Safe Browsing ในฟีเจอร์คำเตือนเว็บไซต์หลอกลวง โดยส่งข้อมูลที่คำนวณจากที่อยู่เว็บ ไม่ใช่ URL เต็ม ส่วน Firefox ใช้รายชื่อเว็บอันตรายในฟีเจอร์ Phishing and Malware Protection ซึ่งเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น

เปิดเว็บแล้วขึ้นว่าเว็บไซต์ไม่ปลอดภัย ควรเข้าต่อไหม?

ไม่ควร โดยเฉพาะถ้าหน้านั้นขอให้ล็อกอิน กรอกข้อมูลบัตร หรือดาวน์โหลดไฟล์ ถ้าเป็นเว็บที่คุ้นเคย อาจเป็นเพราะเว็บนั้นถูกแฮก ควรแจ้งเจ้าของเว็บแทนการกดเข้าต่อ

เว็บของเราขึ้นคำเตือนสีแดง ต้องทำอย่างไร?

เช็กสถานะใน Google Transparency Report ดูรายละเอียดใน Search Console แล้วล้างมัลแวร์และปิดช่องโหว่ให้ครบก่อนขอ Review ขั้นตอนทั้งหมดอยู่ใน Google เตือน “เว็บไซต์นี้อาจเป็นอันตราย”

แหล่งอ้างอิง

  1. Google for Developers. (ม.ป.ป.). Safe Browsing. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2026, จาก https://developers.google.com/safe-browsing
  2. Google. (ม.ป.ป.). Google Safe Browsing. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2026, จาก https://safebrowsing.google.com/
  3. Google. (ม.ป.ป.). Choose your Safe Browsing protection level in Chrome – Google Chrome Help. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2026, จาก https://support.google.com/chrome/answer/9890866?hl=en
  4. Google. (2024). Browse safely with real-time protection on Chrome. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2026, จาก https://blog.google/products/chrome/google-chrome-safe-browsing-real-time/
  5. Google. (ม.ป.ป.). Safe Browsing site status – Google Transparency Report. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2026, จาก https://transparencyreport.google.com/safe-browsing/search
  6. Mozilla. (ม.ป.ป.). How does built-in Phishing and Malware Protection work?. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2026, จาก https://support.mozilla.org/en-US/kb/how-does-phishing-and-malware-protection-work
  7. Apple. (ม.ป.ป.). Safari & Privacy. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2026, จาก https://www.apple.com/legal/privacy/data/en/safari/
อ่านบทความหลักของหมวดนี้ วิธีป้องกันเว็บ WordPress โดนแฮก: Checklist ที่ทำได้ทันที

บทความอื่นในหมวดนี้

LINE ส่งปัญหา